PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : ขอคำปรึกษาเรื่องบุตรบุญธรรมค่ะ(ด่วนมาก)



pitsy_kiki
10-24-2010, 11:56 PM
สืบเนื่องมาจากดิฉัน มีลูกสาว1คน อายุ4ขวบ แต่พ่อของลูกเสียชีวิตไปตอนลุกได้ขวบกว่าๆ ปัจจุบันลุกอยู่กับปู่และย่าที่จังหวัดอุบล ส่วนตัวดิฉันมาอยู่อุดร เพื่อเรียนต่อให้จบปริญญาตรี ปู่และย่ามีความประสงค์จะรับหลานเป็นบุตรบุญธรรม เนื่องจากปู่ไม่มีทายาทสืบทอดโดยตรงอีก และรับราชการ จึงคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับหลาน ในการเบิกค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล และเมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมาดิฉันไปเยี่ยมลูก โดยได้นำสำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน พร้อมลงลายมือชื่อสำเนาถูกต้อง ไว้ให้เพื่อไปดำิเนินเรื่องในการขอรับบุตรบุญธรรม พร้อมกันนี้ก็ได้เขียนหนังสือขึ้นมาฉบับหนึ่ง ด้วยลายมือดิฉันเอง ว่าเขียนที่ไหน วันที่เท่าไหร่ มีใจความว่า ข้าพเจ้า............. ยินยอมให้............ซึ่งเป็นบุตรของข้าพเจ้า ให้เป็นบุตรบุตรธรรมของ...................... พร้อมลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

ถามว่า
1. หลักฐานที่กล่าวมาข้างต้น เพียงพอให้อีกฝ่ายนำไปจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมได้หรือไม่
2.หากยังไม่พอ ต้องมีอะไรอีกบ้าง และต้องทำอย่างไร(ขอแบบละเอียดมากๆ ได้มั้ยค่ัะ)

ปล. ดิฉันไม่ค่อยมีเวลาไปลูกแล้ว นานๆไปที จึงต้องการเดินเรื่องให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด รบกวนตอบด้วยนะค่ะ

คนผ่านทาง
10-25-2010, 11:22 AM
หลักเกณฑ์ของผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรมและผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม

1. ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และต้องมีอายุแก่กว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย15 ปี

2. ผู้เป็นบุตรบุญธรรมที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี ต้องให้ความยินยอมด้วย

3. กรณีผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์ จะต้องได้รับความยินยอมจาก

- บิดาและมารดา กรณีที่มีทั้งบิดาและมารดา

- บิดาหรือมารดา กรณีที่มารดาหรือบิดาตาย หรือถูกถอนอำนาจการปกครอง

- กรณีไม่มีผู้ให้ความยินยอม ผู้แทนโดยชอบธรรมหรืออัยการจะร้องขอต่อศาล ให้มีคำสั่งให้มีการรับเด็กเป็น

บุตรบุญธรรมก็ได้

- กรณีผู้เยาว์ถูกทอดทิ้งและอยู่ในความดูแลของสถานพยาบาลหรือสถาบัน ซึ่งทางราชการหรือองค์การปกครอง

ส่วนท้องถิ่นรับรองในการจัดตั่งขึ้น หรืออยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบุคคลใดมาเป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 1 ปี

ต้องได้รับความยินยอมของผู้รับผิดชอบในกิจการสถานพยาบาล หรือของบุคคลดังกล่าว

4. ผู้จะรับบุตรบุญธรรม หรือผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม ถ้ามีคู่สมรสต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน แต่หากมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดดังนี้ ต้องร้องขอต่อศาลให้มีคำอนุญาตแทนคือ

- คู่สมรสไม่สามารถแสดงเจตนาให้ความยินยอมได้

- คู่สมรสไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ และไม่มีใครได้รับข่าวคราวเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี

5. ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลใดอยู่ จะเป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นอีกในขณะเดียวกันไม่ได้ เว้นแต่จะเป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรมนั้น

ขั้นตอนในการติดต่อขอจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
(กรณีผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมบรรลุนิติภาวะ )

- ผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรม และบุตรบุญธรรม ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนอำเภอ กิ่งอำเภอหรือสำนักทะเบียนเขต

แห่งใดก็ได้

- ผู้รับบุตรบุญธรรม และบุตรบุญธรรมที่มีคู่สมรส ต้องนำคู่สมรสมาให้ความยินยอม

(กรณีผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์ )

- ผู้ที่รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่มีภูมิลำเนาในกรุงเทพมหานคร(รวมทั้งชาวต่างประเทศ) ให้ยื่นคำขอ ณ ศูนย์

อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (กรมประชาสงเคราะห์) และสำหรับผู้มีภูมิลำเนาในจังหวัดอื่นยื่นคำขอ

ต่อนายทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ หรือที่ทำการประชาสงเคราะห์จังหวัด พร้อมหนังสือยินยอมจาก

บุคคลผู้มีอำนาจให้ความยินยอม

- ชาวต่างประเทศที่มีภูมิลำเนาถาวรอยู่ในต่างประเทศ ให้ยื่นคำขอผ่านหน่วยงานประชาสงเคราะห์หรือ

องค์การสังคมสงเคราะห์ที่รัฐบาลของประเทศนั้นมอบหมายให้ดำเนินการในเรื่องบุตรบุญธรรม

- เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมแล้วให้ผู้ที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุธรรม ยื่นคำร้องขอ

จดทะเบียนต่อนายทะเบียนดังกล่าว

- ผู้ที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมมีคู่สมรส ต้องนำคู่สมรสมาให้ความยินยอม

- เด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี ต้องลงนามในช่องผู้ร้องขอจดทะเบียนด้วย

ประโยชน์ที่เกิดจากการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
- ผู้เป็นบุตรบุญธรรม มีสิทธิ์ใช้ชื่อสกุล และมีสิทธิ์รับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม แต่ผู้รับบุตรบุญธรรม

ไม่มีสิทธิ์รับมรดกของบุตรบุญธรรม

- ผู้รับบุตรบุญธรรม มีอำนาจปกครองให้ความอุปการะเลี้ยงดูบุตรบุญธรรมและถือว่าบุตรบุญธรรมเป็น

ผู้สืบสันดานของผู้รับบุตรบุญธรรมเสมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฏหมายนับแต่วันจดทะเบียน

- บิดามารดาโดยกำเนิด หมดอำนาจปกครองนับแต่วันจดทะเบียนแต่ไม่ขาดจากการเป็นบิดามารดา

บุตรบุญธรรมไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่กำเหลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
– บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับบุตรบุญธรรม (และคู่สมรส ถ้ามี)
– บัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นบุตรบุญธรรม ถ้ายังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ให้แสดงสูติบัตรหรือสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านแทน กรณีผู้เป็นบุตรบุญธรรมมีคู่สมรส ต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสไปแสดงด้วย
– บัตรประจำตัวประชาชนของบิดา และมารดา บิดาหรือมารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม กรณีไม่มีบิดาและมารดา
– หนังสืออนุมัติให้จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมจากกรมประชาสงเคราะห์ หรือองค์การสวัสดิภาพเด็กที่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด
ค่าธรรมเนียม
– การจดทะเบียนการรับบุตรบุญธรรม ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ
สถานที่ติดต่อ
– กรมประชาสงเคราะห์ หรือองค์การสวัสดิภาพเด็กที่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อได้รับหนังสืออนุญาตจากหน่วยงานดังกล่าวแล้วให้นำไปติดต่องานปกครองสำนักงานเขตที่ผู้รับบุตรบุญธรรมมีภูมิลำเนาอยู่
ขั้นตอนในการติดต่อขอจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
– ผู้รับบุตรบุญธรรมยื่นคำร้องพร้อมด้วยหลักฐานที่ต้องนำมาแสดง
– ผู้รับบุตรบุญธรรม บุตรบุญธรรมที่มีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป บิดาและมารดา บิดาหรือมารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรม คู่สมรส (ถ้ามี) ไปแสดงตนต่อหน้านายทะเบียนเพื่อลงนามในเอกสารการจดทะเบียนการแสดงความยินยอมของบิดามารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรม หรือของคู่สมรสนั้นให้แสดงตามแบบ คร.๑๓ ด้านหลัง และให้นายทะเบียนบันทึกไว้ในหน้าบันทึกของทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมแสดงถึงความยินยอมนั้นด้วย
– นายทะเบียน ตรวจสอบเอกสารหลักฐานและหลักเกณฑ์ต่างๆ เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนก็จะจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมให้ตามคำร้อง
ข้อควรทราบ
– การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม ไม่มีใบสำคัญออกให้ ถ้าต้องการหลักฐานให้ยื่นคำร้องขอคัดสำเนาทะเบียนฯ โดยเสียค่าธรรมเนียมฉบับละ ๑๐ บาท
– ผู้รับบุตรบุญธรรม มีอำนาจปกครองให้ความอุปการะเลี้ยงดูเสมือนเป็นบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย
– บิดามารดาโดยกำเนิดหมดอำนาจปกครองบุตร
– ผู้เป็นบุตรบุญธรรม มีสิทธิใช้ชื่อสกุลและรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม แต่ผู้รับบุตรบุญธรรมไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้เป็นบุตรบุญธรรม
– เมื่อการรับบุตรบุญธรรมเลิกแล้ว บุตรบุญธรรมย่อมกลับคืนไปอยู่ในความปกครองดูแลของบิดามารดาเดิม

iamclassyvicky
10-25-2010, 04:33 PM
โตโต้ ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลดีดีจ๊ะ [oo]

pitsy_kiki
10-25-2010, 05:37 PM
]
3. กรณีผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์ จะต้องได้รับความยินยอมจาก

- บิดาหรือมารดา กรณีที่มารดาหรือบิดาตาย หรือถูกถอนอำนาจการปกครอง


กรณีนี้ ถือว่าดิฉันให้ความยินยอมแล้วใช่มั้ยค่ะ หรือยังไง ต้องไปเซ็นอะไรอีกหรืเปล่า อ่านมาแล้วแต่ก็ยัง งงๆ นิดหน่อย แค่อยากรู้ว่า หลักฐานที่กล่าวมาข้างต้น เพียงพอให้อีกฝ่ายนำไปจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมได้หรือไม่ แค่นั้นเองค่ะ

คนผ่านทาง
10-26-2010, 11:35 AM
[:Box01] ผมก็ไม่สามารถบอกได้นะคัรบว่าจะพอหรือเปล่า....แต่ถ้าเราเตรียมให้ครบทุกอย่างที่ผมได้บอกไปข้างต้น ก็จะช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาในการกลับไปกลับมาเอาเอกสารครับ

ในส่วนตัวผมก็เป็นบุตรบุญธรรม เคยเห็นเอกสารที่เป็นการขอเป็นบุตรบุญธรรมบ่อยมาก(เพราะเป็นของตัวเอง) มันเป็นเอกสารที่ดูเป็นทางการ หรือ เป็นเอกสารที่มันพิมพ์ไว้เรียบร้อยแล้วน่ะครับ น่าจะมีแบบฟอร์มนี้ที่อำเภอนะครับถ้าจำไม่ผิด

pitsy_kiki
10-26-2010, 01:34 PM
ขอบคุณค่ะ

zeeta kong
07-25-2011, 04:43 PM
ขออนุญาตเล่าประสบการณ์นะครับ บุตรบุญธรรมที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี จะต้องไปขึ้นทะเบียนที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษ
(หรือประชาสงเคราะห์เดิม) ที่ต้องเตรียมไป ผู้รับบุตรทั้งสามีและภรรยา มารดาบุตร ตัวบุตรและพยานสองคนที่ไม่ใช่สามีภรรยากัน เอกสารมี สำเนาบัตร
ของทุกคน สำเนาทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองเงินเดือน(รับรองรายได้) ใบรับรองแพทย์ เอกสารทุกอย่างถ่ายอย่างละ 2 ชุด รูปถ่าของผู้รับ ภรรยา มารดาบุตร
บุตร คนละ 2แผ่น รูปถ่ายสภาพบ้านที่อยู่อาศัยทั้งด้านนอกและด้านในโดยให้มีตัวผู้รับและคู่สมรสติดในรูปด้วย นำเอกสารและตัวบุคคลที่กล่าวมานี้ไปที่
ประชาสงเคราะห์เพื่อรับการพิจารณา แล้วจะมีหนังสือยืนยันให้ไปจดทะเบียนรับรองบุตรที่ ที่ว่าการอำเภอภานใน 1-2 เดือน
หมายเหตุ. บุตรบุญธรรมจะไม่มีสิทธิ์เบิกค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนหรือสวัสดิการของข้าราชการตามพ่อ-แม่บุญธรรมนะครับ สอบถามกรมบัญชีกลางแล้ว
กระผมหวังว่าข้อมูลนี้คงเป็นประโยชบ้างนะครับ จากประสบการณืนะครับ(ไม่ใช่ผู้รู้)

pitsy_kiki
08-11-2011, 09:00 PM
ไม่ได้เข้ามาซะนาน

ขอบคุณค่ะ สำหรับข้อมูล แต่ตอนนี้ไม่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมใครแล้วค่ะ ตอนนี้ ท่านอยากเลี้ยงก็ให้เลี้ยงไป เราก็รอแต่วันที่พร้อม ที่จะไปรับลูกมาอยู่ด้วย ขอบคุณทุกๆความคิดเห็นนะค่ะ

MittSiam
08-13-2011, 01:55 PM
ดีแล้วหล่ะครับที่ไม่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรม เนื่องจาก
1. เป็นหรือไม่เป็นบุตรบุญธรรม ก็ถือว่าเป็นผู้สืบสันดาน ตามกฏหมายอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะไม่ใช่ขั้นต้น อาจจะรองจากบุตร อีกอย่างลูกก็ใช้นามสกุลของเขาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ
2. ถึงจดทะเบียนบุตรบุญธรรม ก็ไม่สามารถ เบิกค่าอะไรต่างๆ ได้แม้แต่อย่างเดียว เช่น ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล ไม่รวมไปถึงบุตรบุญธรรมครับ
3. การจดทะเบียนบุตรบุญธรรม ทำเพื่อ ให้มีสิทธิในมรดก และใช้นามสกุลเท่านั้น
4. ในกรณีนี้ ถือว่าเป็น ปู่ย่า - หลานกัน จะมอบมรดกให้กัน ก็สามารถทำได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องจดครับ
5. ยิ่งกรณีนี้ ปู่ย่าของคุณไม่มีบุตรคนอื่นอีก ถ้าท่านเป็นอะไรไป มรดกจะตกเป้นของบุตร ซึ่งคือสามีคุณ แต่ถ้าสามีคุณเสียชีวิต ก็ตกเป็นของหลานอยู่แล้วครับตามกฏหมาย

ประสบการจริง ครับ ในเรื่องบุตรบุญธรรม และการแบ่งมรดกมาหมาดๆ อิอิ

pitsy_kiki
09-03-2011, 12:14 PM
ขอบคุณ คุณscoopy_i
คิดเหมือนกันทุกประการ เลยค่ะ