หน้า 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 12 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 11

กระทู้: รถคันแรก ของสมาชิก

  1. #1
    Senior Member รูปส่วนตัว arun Sound
    สมัครเมื่อ
    May 2010
    อายุุ
    43
    โพสต์
    6,302
    ให้คำขอบคุณ
    22
    ได้รับขอบคุณ 820 ครั้งใน 576 โพสต์

    รถคันแรก ของสมาชิก

    ผลเป็นอย่างไรกันบ้างครับ มีใครได้ออกรถไหม่กันบ้าง
    ส่วนตัวผม ไม่ได้ออกเพราะรถเก่ามีอยู่แล้ว ไม่อยากเป็นหนี้
    หากใครออกมาแล้วก็เอามาเล่าสู่กันฟังบ้าง
    ส่วนข้อความด้านล่าง ผมอ้างมาครับ

    เค้าห้ามโอน หรือ เปลี่ยนชื่อ ภายใน 5 ปีครับ ถ้าส่งไม่ไหวจะโดนฟ้อง โดนอะไรต่อมิอะไรครับ ยึดคืนก้อไม่ได้ ขายออกก้อไม่ได้ ทำได้อย่างมากก้อเอาไปให้คนอื่นใช้แล้วค่อยผ่อนต่อกับเจ้าของรถ ถ้าไม่อย่างงั้น คนที่ค้ำประกันรถนั้นแหละครับจะซวย

    นโยบายให้่คนเป็นหนี้เพิ่ม แต่บริษัทค้าพลังงานนั่งหัวเราะกับกำไรมหาศาล มีรถแล้วไม่ขับก้อกะไร ทั้งน้ำมันทั้งแก๊ส ซื้อแพงกว่าประเทศใหญ่ๆในโลกอีก ก้อของเค้าหมดแหละครับ การตลาดเค้าดีจะตายไป แท๊กซี่ก้อไม่มีลูกค้า ถนนก้อเต็มไปด้วยรถ จนติดอันดับประเทศรถติดที่สุดในโลกไปละ ~ 


    เค้ามีข้อยกเว้นอยู่ครับ โอนได้ เปลี่ยนชื่อได้ ในกรณี ผ่อนไม่ไหวโดนยึด หรือเกิดอุบัติเหตุแบบเสียหายทั้งคันประกันคืนทุน เเต่เจ้าของรถต้องคืนเงินภาษีตามจำนวนที่ที่ได้คืนให้รัฐถ้าไม่คืนก็จะกลายเป็นหนี้รัฐ เเล้วก็โดนฟ้องตามระเบียบ

    ปัญหารถติด....แก้โดยเพิ่มจำนวนรถบนท้องถนนให้มากขึ้น....น้ำมันแพง...แก้ดว้ยการเพิ่มผู้จำนวนใช้ให้มากขึ้น.....เงินที่เราได้คืน (1 แสนนั่นแหละ) ส่วนหนึ่ง / ส่วนใหญ่ มันก็เงินจากภาษีเรา.....แต่ผู้กำหนด... นโยบายนี้ฉลาดหลักแหลมมากๆๆๆ.....ได้แต้มได้ค่านิยมแบบยั้งยืนโดยไม่ต้องควักกระเป๋าตัวเอง...(ไม่รู้ปาเข้าไปกี่หมื่นล้าน/เพิ่มหนี้ให้ประเทศชาติ).....แถมตัวเองได้กำไรคืนมหาศาลจากการขายน้ำมันอีก...โอ้ยคิดแล้ว... รู้สึกศรัทธามันสมองเขาจริงๆๆ...คิดได้งัยเนี่ย...เก่งมาก...ไม่มีเสียมีแต่ได้กับด้าย....ผิดถูกอย่างไรต้องขอโทษสมาชิกดว้ยนะครับ ไม่ได้ว่าใคร เพียงแต่อยาก แสดงความคิดเห็นในฐานะคนไทย คนหนึ่งเท่านั้นเองครับ ....(อิสานบ้านเฮาคื้อกันคับ).....อยากเห็นบ้านเฮาพัฒนา....

    ที่แน่ๆตอนนี้รถติดกันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วครับ ผมขับไอ้แก่ผมดีกว่าช้าหน่อยแต่ก็ถึงเหมือนกันอีกอย่างไม่มีงวดครับเอาเงินเดือนไปส่งเมียเต็มๆดีกว่าฮิๆๆ

    พนันกันมั้ยล่ะว่ามีคนผ่อนไม่ไหวเกินครึ่ง อย่าอ้างว่าไม่ได้ปัญญาอ่อน คิดมาดีแล้วอะไรอีกเลย เรื่องล่อใจคนได้มากที่สุดคือความโลภ ลองสัมภาษณ์คนค้ายาเล่น ๆ ดูมั้ยว่าทำไปทำมั้ย เพราะอะไร รู้ทั้งรู้ว่ามันผิด ก็ยังทำ แถทรู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจอีกหลาย ๆ เรื่อง ทำแล้วเดือดร้อนก็ยังทำกัน และคนที่ทำก็โต ๆ กันแล้วทั้งนั้น ตอบหน่อยสิ มันคือเรื่องจริง ยอมรับซะเถอะ


    เสียงข้างมาก ตัดสินความต้องการใด้เสียงข้างมาก ตัดสินความถูกต้อง ไม่ใด้ อรุณซาวด์ อีเลคทรอนิกส์ 30 หมู่10 ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 76170 โทร 085 1810843

  2. #2
    Senior Member รูปส่วนตัว makrogak
    สมัครเมื่อ
    Apr 2011
    โพสต์
    1,463
    ให้คำขอบคุณ
    24
    ได้รับขอบคุณ 61 ครั้งใน 47 โพสต์
    ไม่ได้หน้ากลัวอย่าที่คิดครับ แค่ต้องจ่ายส่วนที่ รัฐโอนค่าภาษี กลับคืน ก้อสามารถโอนได้ ประมานว่า เราต้องจ่าย แสนนึงคืนภายใน 15 วัน เพราะผมอ่านดูแล้วในใบ สละสิทธิ การโอน

  3. #3
    Senior Member รูปส่วนตัว <<< Exam >>>
    สมัครเมื่อ
    Nov 2009
    โพสต์
    8,674
    ให้คำขอบคุณ
    1,446
    ได้รับขอบคุณ 2,283 ครั้งใน 1,976 โพสต์
    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ makrogak ดูโพสต์
    ไม่ได้หน้ากลัวอย่าที่คิดครับ แค่ต้องจ่ายส่วนที่ รัฐโอนค่าภาษี กลับคืน ก้อสามารถโอนได้ ประมานว่า เราต้องจ่าย แสนนึงคืนภายใน 15 วัน เพราะผมอ่านดูแล้วในใบ สละสิทธิ การโอน
    ==' ถ้ามีเงินส่งค่างวดไหวจะ "โอนรถ(ขายรถ)" ทำไมครับ

    แล้วถ้าขายรถได้จริง จะได้ราคาสักเท่าไหร่ครับ
    หรือ ราคาขาย+เงินที่ต้องคืนรัฐ(ผลักภาระให้ผู้ซื้อถัดไปหรือครับ) แล้วจะขายได้ไหมครับ คงจะโดนยึดรถก่อนล่ะครับ

    มองความจริงให้ถูกมุมถูกด้านสิครับ อิอิ


    .

  4. #4
    Senior Member รูปส่วนตัว makrogak
    สมัครเมื่อ
    Apr 2011
    โพสต์
    1,463
    ให้คำขอบคุณ
    24
    ได้รับขอบคุณ 61 ครั้งใน 47 โพสต์
    แล้วผม ถามคืนบ้างนะครับ นโยบาย มันก้อเป็นสิ่งที่ดี บางคนนั่นแหละครับ ที่ อยากได้ แม้ไม่มีเงินส่ง ก้อยังดันซื้อ แล้วมีนก้อเป็นเรื่องฟ้องร้อง กันจริง เงิน 1 แสน โอนให้ มันก้อเป็นเหมือนการยืม เราไม่เอาไปคืน ก้อโดนฟ้องไปตามระเบียบ

    เรื่องโดนยึด มันเป็นเรื่องธรรมดา หรือว่า คนที่ซื้อรถ ที่ไม่ไช่รถคันแรก ไม่โดนยึดหรือไง
    คนที่ตั้งใจซื้อ มันก้อมี อย่าเหมารวม ว่า มีแต่คนที่ไม่มีปัญญาส่ง มาซื้อ

    แล้วก้อมีรถที่ใหน เค้ามายึดแล้วมันจะจบคดีไปเลย รถปรกติ ก้อยังต้องเสียค่าเสียเวลาค่า ประเมินราคารถใช้แล้วอีก โดนฟ้องเหมือนเดิม

    อย่าเอา อัคติที่ไม่ดีต่อรัฐบาล มาวิจารว่าทุกนโยบายที่ทำไม่ดีสิครับ

    แล้วเค้าได้ไปเดินจูงแขน ประชาชนมาซื้อรถหรือปล่าว มีแต่มนุษย์เรานี่แหละ อยากมีอยากได้กันทุกคน

  5. #5
    Senior Member รูปส่วนตัว <<< Exam >>>
    สมัครเมื่อ
    Nov 2009
    โพสต์
    8,674
    ให้คำขอบคุณ
    1,446
    ได้รับขอบคุณ 2,283 ครั้งใน 1,976 โพสต์
    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ makrogak ดูโพสต์
    แล้วผม ถามคืนบ้างนะครับ นโยบาย มันก้อเป็นสิ่งที่ดี บางคนนั่นแหละครับ ที่ อยากได้ แม้ไม่มีเงินส่ง ก้อยังดันซื้อ แล้วมีนก้อเป็นเรื่องฟ้องร้อง กันจริง เงิน 1 แสน โอนให้ มันก้อเป็นเหมือนการยืม เราไม่เอาไปคืน ก้อโดนฟ้องไปตามระเบียบ

    เรื่องโดนยึด มันเป็นเรื่องธรรมดา หรือว่า คนที่ซื้อรถ ที่ไม่ไช่รถคันแรก ไม่โดนยึดหรือไง
    คนที่ตั้งใจซื้อ มันก้อมี อย่าเหมารวม ว่า มีแต่คนที่ไม่มีปัญญาส่ง มาซื้อ

    แล้วก้อมีรถที่ใหน เค้ามายึดแล้วมันจะจบคดีไปเลย รถปรกติ ก้อยังต้องเสียค่าเสียเวลาค่า ประเมินราคารถใช้แล้วอีก โดนฟ้องเหมือนเดิม

    อย่าเอา อัคติที่ไม่ดีต่อรัฐบาล มาวิจารว่าทุกนโยบายที่ทำไม่ดีสิครับ

    แล้วเค้าได้ไปเดินจูงแขน ประชาชนมาซื้อรถหรือปล่าว มีแต่มนุษย์เรานี่แหละ อยากมีอยากได้กันทุกคน
    นโยบายที่ทำให้คนเป็นหนี้เพื่อความร่ำรวยของพลังงานนายทุนนักการเมืองน่ะหรือครับ คือ นโยบายที่ดี ??? หรือว่า ท่านต่างหากครับที่กำลังใช้อคติที่ไม่ดี(รักและหลงจนไม่เห็นเหตุผลความถูกต้องเหมาะสมและควรหรือไม่ควร) ต่อ รัฐบาล กันแน่ครับ อิอิ

    คนซื้อรถก็มีส่งหมด-ส่งไม่หมดโดนยึดโดนฟ้อง ก็เหมือน คนสูบบุหรี่
    นโยบายสร้างหนี้ ก็เหมือน เพิ่มจำนวนคนสูบบุหรี่ และ เร่งสิงห์อมควันให้มากที่สุด

    จากเดิม คนซื้อรถยนต์ส่วนใหญ่จะต้องมีอายุงานมีการงานมั่นคงมีเงินเดือน
    นี่อะไร จบมา ทำงานไม่กี่ปี บางคนการงานยังไม่มั่นคงด้วยซ้ำ ก็ออก รถคันแรก

    ปี2556นี่แหละ ค่าจ้างวันละ300บาททั่วประเทศ
    จะมีคนที่โดนยึดรถโดนฟ้อง เพราะโดนให้ออกจากงาน

    เพราะ ธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง จะล้มลุกคลุกคลาน บ้างก็ปิดกิจการ
    ธุรกิจขนาดใหญ่จะนำเข้าเครื่องจักร เพื่อลดต้นทุนแรงงานคน บางโรงงานถือโอกาสปิดกิจการ

    นโยบายทำลายคนของชาติ ทำลายชาติชัดๆ

    อัตราคนว่างงาน-ตกงานจะเพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนมาจาก "นโยบายขายฝันเลื่อนลอยโฆษณาเกินจริงหลอกลวงโกหกคำโต" ใช่ไหมครับ
    คนว่างงานตกงานก็เครียดอยู่แล้ว แถมมีแนวโน้มของการก่อเหตุอาชญากรรม

    หากคนไหนหลงกับ รถคันแรก บ้านหลังแรก โดนยึดไม่พอ โดนฟ้องอีกต่างหาก ไม่แย่หนักกว่าเก่าหรือครับ มันดีตรงไหน ยังไงครับ นโยบายทักษิณคิด เพื่อไทยทำ น่ะครับ อัตราการเกิดอาชญากรรมจะเริ่มเห็นได้อย่างชัดเจนก็ปี 2556 นี่แหละครับ

    คอยดูต่อไปครับว่า การแยกมองนโยบายของท่าน กับ การมองภาพรวม อันไหนคือมองด้วยอคติ อันไหนคือมองด้วยปัญญา

    ผมอยากเห็นคนไทยฉลาดรู้เท่าทันนักหาเสียงเกินจริงเหล่านั้นจริง ๆ



    สุดท้าย ใช่ครับ ไม่ได้ไปจูงแขน แล้วระดมเป่าหูยุยงปลุกปั่นกิเลส ทำไมครับ


    .

  6. #6
    Senior Member รูปส่วนตัว BANLUK
    สมัครเมื่อ
    Feb 2009
    โพสต์
    3,858
    ให้คำขอบคุณ
    320
    ได้รับขอบคุณ 1,057 ครั้งใน 722 โพสต์
    นโยบายเรื่องรถ เป็นนโยบายที่ทำให้คนไทยเป็นหนี้สินแน่นอน ทำให้คนไม่รู้จักประหยัด ทำให้รถติดมากขึ้น รถเก่าก็ไม่ลด รถใหม่ก็มีมากขึ้น ทำให้เสียทรัพยากร มลภาวะเป็นพิษมากขึ้น เพราะรถติดนาน ทำให้เปลืองค่าพลังงาน ใช้น้ำมันมากขึ้น แล้วต่อไปก็จะอ้างไทยน้ำเข้าน้ำมันมาก แล้วมาประกาศให้ประหยัดพลังงาน ทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนทำให้คนใช้จ่ายเกินตัว คือ ไม่รู้จักอดออม ไม่รู้จักคำว่าพอเพียง
    ถ้ายิ่งบอกว่าห้ามขายภายใน 5 ปีจริง ก็บอกได้เลยว่า คนซื้อที่ไม่มีกำลังจ่ายก็จะมีรายชื่อใน Black list ในฐานข้อมูลแล้วคุณก็จะไปกู้ทำอย่างอื่นไม่ได้ แต่คนไทยเก่ง เดี่ยวก็ปล่อยให้เขายึดรถไป แล้วก็ไปเปลี่ยนชื่อนามสกุลใหม่ หรือให้คนค้ำประกันจ่ายแทน หรือทำรถหายแล้วไปเอากับบริษัทประกัน
    นตฺถิ กมฺม สมํ พลํ ไม่มีอนุภาพใดที่เหนืออนุภาพแห่งกรรม

  7. #7
    Senior Member รูปส่วนตัว BANLUK
    สมัครเมื่อ
    Feb 2009
    โพสต์
    3,858
    ให้คำขอบคุณ
    320
    ได้รับขอบคุณ 1,057 ครั้งใน 722 โพสต์
    อย่าเอา อัคติที่ไม่ดีต่อรัฐบาล มาวิจารว่าทุกนโยบายที่ทำไม่ดีสิครับ

    แล้วเค้าได้ไปเดินจูงแขน ประชาชนมาซื้อรถหรือปล่าว มีแต่มนุษย์เรานี่แหละ อยากมีอยากได้กันทุกคน


    ก็๋เพราะความอยากมีอยากได้ พรรคนี้เลยรู้จุดอ่อน คนเลยโดนจูงจมูกกันเป็นแถวๆ
    นตฺถิ กมฺม สมํ พลํ ไม่มีอนุภาพใดที่เหนืออนุภาพแห่งกรรม

  8. #8
    Senior Member รูปส่วนตัว Batman Return
    สมัครเมื่อ
    Jun 2010
    โพสต์
    675
    ให้คำขอบคุณ
    54
    ได้รับขอบคุณ 55 ครั้งใน 42 โพสต์
    ในความคิดเห็นของผมคือ...ไม่ใช่นโยบายที่ดี ตามเหตุผลเดียวกับท่าน BANLUK ครับ
    เป็นนโยบายที่ดีสำหรับคนที่พร้อมและกำลังคิดจะซื้อรถอยู่แล้ว ลองถามพวกที่หลงติดกับนโยบายของรัฐบาลนี้สิครับว่าก่อนจะซื้อรถคันแรกนี้ มีเงินเก็บได้ถึง 7-8 พันที่จะต้องผ่อนทุกเดือนรึเปล่า? ไหนจะค่าน้ำมัน ค่าทะเบียน ค่าประกัน ค่าซ่อมบำรุงอีกที่จะตามมา ถ้าคิดกันก่อนที่จะตัดสินใจก็ไม่ต้องลำบากทีหลัง คงต้องมีหลายคนเดือดร้อนเพราะเป็นผู้ค้ำประกันให้กับคนที่คิดตื้นๆแล้วกระโดดเข้าไปในหลุมพรางของรัฐบาลนี้

    อ้างอิง โพสต์ต้นฉบับโดยคุณ makrogak ดูโพสต์


    อย่าเอา อัคติที่ไม่ดีต่อรัฐบาล มาวิจารว่าทุกนโยบายที่ทำไม่ดีสิครับ
    ผมว่าท่าน EXAM ไม่ได้มีอคติต่อรัฐบาลนะครับที่วิจารณ์นโยบายที่ "ไม่ดี" นะครับ แต่ถ้าวิจารณ์ทุกนโยบาย "ที่ดี" สิครับถึงเรียกว่า "อคติ"

  9. #9
    Senior Member รูปส่วนตัว arun Sound
    สมัครเมื่อ
    May 2010
    อายุุ
    43
    โพสต์
    6,302
    ให้คำขอบคุณ
    22
    ได้รับขอบคุณ 820 ครั้งใน 576 โพสต์


    ในโลกออนไลน์ ได้มีการแชร์ บทสัมภาษณ์ คุณพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ หรือ "น้าเดช" แห่งวงการรถยนต์ กับ Way Magazine (http://bit.ly/THjWnJ) ถึงประเด็น รถคันแรก ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไว้อย่างน่าสนใจ แซบ แสบทรวง
    โดยคุณพัฒนเดช หรือ "น้าเดช" ระบุว่า
    กับการที่ภาครัฐช่วยธุรกิจยานยนต์...
    "ธุรกิจรถยนต์มันเป็นธุรกิจเฟื่องฟู ทำเท่าไหร่ก็ขายไม่พออยู่แล้วสำหรับประเทศไทย จะเห็นว่าแม้จะผ่านน้ำท่วมมาแล้วก็ยังขายถล่มทลาย ไม่มีรถคันแรกก็ตั้งเป้าอยู่แล้วว่า 1,100,000 คัน มันเป็นการไปช่วยธุรกิจที่ยืนได้อยู่แล้ว ทำให้มันเสียระบบ"
    กับ SME ผลิตอะไหล่รถยนต์
    "สิ่งที่คุณต้องห่วงคือพวกโรงงานเล็ก โรงงานน้อย SME ที่รัฐบาลอยากส่งเสริม Subcontract ทั้งหลายนั่นแหละ ปีนี้ (2555) เคยวางแผนว่า ปีนี้จะส่งให้โรงงานโตโยต้า 100 ชิ้น ปีหน้าเพิ่มกำลังเป็น 110 ชิ้น อีกปี 130 ชิ้น อยู่ๆ ปีนี้ปาเข้าไป 150 ชิ้น พวกนี้ทำไง ก็ต้องจ้างคนงานเพิ่ม ค่าแรงก็ถูกบวกเพิ่มเป็น 300 บาท ลงเครื่องจักรใหม่เหรอ ปีเดียวก็ยังไม่คืนทุน ปีหน้าพอกำลังการผลิตเขาถอยลง เขาคาดการณ์อย่างต่ำว่าลดลงแน่ๆ 20 เปอร์เซ็นต์ แล้วพวกนี้จะทำยังไง นี่เป็นสิ่งที่คนในวงการรถยนต์เห็นกัน ทุกบริษัทบอกว่าปีหน้า ครึ่งปีแรกไม่มีผลกระทบหรอก เพราะยังผลิตรถส่งต่อ แต่ครึ่งปีหลังมิถุนายน เห็นผลตรงบริษัทเล็กจะดิ้นรนหนีตาย จะเกิดสงครามขึ้นอย่างรุนแรงในวงการ"
    กับคนที่เงินเดือนน้อย แต่อยากได้...
    "คือถ้าคุณคิดว่าคุณเงินเดือน 15,000 ผ่อนรถ 6,000 เหลือ 9,000 คุณคิดว่าไหว ผมว่าคุณล่มตั้งแต่แรก เพราะมันมีค่าน้ำมัน ค่าโน่นนี่อย่างที่บอก พอเข้าปีที่สองคุณจะเปลี่ยนยาง 4 เส้น คุณต้องเริ่มหาร้านผ่อนยาง 0 เปอร์เซ็นต์ละ คุณบอกงั้นจอดทิ้งไว้ที่บ้านเฉยๆ สิ คุณลองคำนวณเวลาคุณขายต่อสิ ว่าวันหนึ่งเงินคุณหายไปวันละเท่าไหร่"
    กับคนที่กู้เงินมาซื้อ...
    "คนที่ไปกู้มาซื้อจะยุ่งมากเลยนะ เอาเป็นว่าคืน หลังจากปีที่สอง หากคุณไม่มีกำลังผ่อนล่ะ ทำไง ไฟแนนซ์ยึด เขาต้องไปดูสภาพรถ คุณยังค้างหนี้อีก 4 แสน รถคันนี้ขายได้ 3 แสน เขาฟ้องคุณ 1 แสน อันนี้ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือเงิน 8 แปดหมื่นที่คุณได้ ต้องคืนรัฐบาลนะครับ เพราะมีการเปลี่ยนมือแล้ว ก็มีคนถาม งั้นก็ไปขายโอนลอยสิ อ๋อ ถ้าโอนลอยตอนนี้เต้นท์รู้แล้วว่าคุณเดือดร้อน คุณจะต้องเสีย 8 หมื่น ราคารถคุณจะหายไปเท่าไหร่ เพราะเขารู้ว่าคุณจะโอนลอยหลังจากผ่านปีแรกแล้ว คุณเดือดร้อนแน่"
    กับความจำเป็นในการใช้รถ...
    "คนที่ซื้อเพราะจำเป็นต้องใช้รถ มีวินัยการเงินดี ตรงนี้โอเคเลย ผมไม่ได้ไปแตะต้อง แต่คนไทย โอ้โห แม่งได้ลดตั้งแสน ไม่ซื้อ เสียดายตายห่า พวกนี้แหละจะเจ๊ง ทั้งที่จริงๆ ยังไม่มีความจำเป็นต้องซื้อเลย ยกตัวอย่าง คนที่มีบ้านอยู่บางแค บางใหญ่เริ่มทำงาน ซื้อรถคันแรกได้ส่วนลด ใช้ไปสามปี รถไฟฟ้าไปถึงละ ถามว่าคนๆนั้นจะตัดสินใจยังไง 1. จอดรถทิ้งไว้ที่บ้าน ประหยัด นั่งรถไฟฟ้าเข้ามาทำงาน 2. กูมีรถแล้ว ดันทุรังขับเข้ามา น้ำมันก็แพง รถก็ติด 3.ขายรถ ก็นำเงินภาษีไปคืนรัฐบาล เพราะงั้นผู้บริโภคต้องวางแผนให้ชัดเจน ไม่งั้นเดือดร้อน"
    กับนโยบายประชานิยม...
    ผมถึงบอกว่า นโยบายรัฐบาลอยากช่วยประชาชนรากหญ้า แต่มันไม่ใช่ เพราะรถส่วนใหญ่ของโครงการมันเป็นรถใช้ในเมือง รถขนาดเล็ก
    ถ้ามีอีกก็ฉิบหายครับ ใครฉิบหาย ก็ทั้งหมดแหละครับ บริษัทรถก็ฉิบหายเพราะสินค้ามันไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง เป็นภาพลวง บริษัทที่ไม่มีรถเข้าข่ายเงื่อนไข รถนำเข้าตายสนิท รถมือสองฉิบหายแน่ ไฟแนนซ์ก็เหมือนกัน อันสุดท้ายคือประชาชนแหละครับ ฉิบหายจากอะไร คือคนไทยเราไม่สนใจเรื่องเครดิต พอเข้าปีที่สามรถมันต้องเริ่มซ่อมละ คุณหาทางทิ้งเพื่อซื้อคันใหม่ ถ้ามีต่อแล้วร่างกติกาใหม่ก็อาจจะดีขึ้น ผมก็ไม่รู้ แต่ถ้าภายใต้กติกานี้ก็ฉิบหายแน่




    ที่มา: http://www.naewna.com/business/36099


    เสียงข้างมาก ตัดสินความต้องการใด้เสียงข้างมาก ตัดสินความถูกต้อง ไม่ใด้ อรุณซาวด์ อีเลคทรอนิกส์ 30 หมู่10 ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 76170 โทร 085 1810843

  10. มีคำขอบคุณให้ arun Sound กับการโพสต์ข้อความนี้:

    boo3 (01-09-2013)

  11. #10
    Member รูปส่วนตัว DJ.PhonOvermix
    สมัครเมื่อ
    Nov 2011
    โพสต์
    66
    ให้คำขอบคุณ
    0
    Thanked 1 Time in 1 Post
    ชอบนะคับเรื่องรถคันแรก ตั้งใจรอมานามในที่สุดก็มาถึง ใครไม่ชอบไม่ว่ากันเพราะผมประหยัดไปได้ถึงเกือบ30%ในการซื้อรถใหม่ ได้มาก็ส่งงวดต่อสบายไปอีกเป็น1ปี เหมือนกันกับเรื่องค่าแรง300/วันละคับ แรงงานชอบ เจ้าของกิจการบ่น สำหรับคนที่ซื้อเล่นๆๆเพื่อเอาเงินภาษีก็ ว่ากันไปก็ต้องโดนแน่ๆๆ
    ชื่อ พล 0905933766 อ.โนนสะอาด
    http://www.facebook.com/djphonzaa
    เจอกันทุกอาทิตย์สนาม THE FOX BBGUN UDON ครับ
    วิพล อินวิชัย 646 2200721 ไทยพาณิชย์ สาขาโนนสะอาด

หน้า 1 จากทั้งหมด 2 หน้า 12 หน้าสุดท้ายหน้าสุดท้าย

ข้อมูลกระทู้

Users Browsing this Thread

ในขณะนี้มี 1 คุณดูกระทู้อยู่. (0 สมาชิกและ 1 ผู้เยี่ยมชม)

Bookmarks

กฎการโพสต์ข้อความ

  • คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสต์ได้
  •  
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • [VIDEO] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด
อุดรธานี ข่าวอุดรธานี ข่าวโคราช ข่าวหนองคาย เชียงใหม่ สกลนคร หนองบัวลำภู เลย พระเครื่อง ราคาทอง ราคาน้ำมัน ขายถูก เว็บ รับทำ seo